100 ปี ฝ่ายการพยาบาล
ฝ่ายการพยาบาล
ฝ่ายการพยาบาล: อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
๑. การบริหารงานการพยาบาลในอดีต
นับเนื่องตั้งแต่รัตนโกสินทร์ศก ๑๓๑ (รศ. ๑๓๑) ซึ่งตรงกับพุทธศักราช ๒๔๕๕ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนา วชิรพยาบาล ขึ้นเมื่อวันที่ ๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๕๕ ด้วยทรงตระหนักดังพุทธภาษิตที่ว่า “อโรคายา ปรมา ลาภา” หรือ “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” จึงทรงใฝ่พระราชหฤทัยบำรุงอนามัยของพสกนิกร โดยทรงถือว่า
“ ….อนามัยเป็นกรณียะอันหนึ่งในการปกครองบ้านเมือง ถ้าพลเมืองป่วยไข้ไม่สมประกอบต้องนับว่าประเทศนั้นขาดปัจจัยแห่งความสมบูรณ์….”
แนวพระราชดำริดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงเห็นถึงความสำคัญของการจัดตั้งสถานพยาบาล การฝึกฝนบุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุขและอนามัย เพื่อเอาไว้ช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ท่าน โดยศึกษาจากพระราชดำรัสตอนหนึ่งที่ไดัพระราชทานว่า “ …ได้กราบทูลว่าควรมีโรงพยาบาลขึ้นโรงพยาบาลหนึ่งเพื่อประสงค์เป็นที่ฝึกหัดนายแพทย์ ฝ่ายทหาร แลคนพยาบาลให้ชำนิชำนาญ….. ( และ ) ในการรักษาโรคก็ดี การพยาบาลก็ดี ไม่ใช่คนหนึ่งคนใดสักแต่ว่าเป็นคนแล้วก็ทำได้ ดังนั้นหามิได้ ต้องอาศัยการเล่าเรียน….”
จากพระราชดำรัสดังกล่าว จะเห็นได้ว่า บุคลากรที่ทรงให้ความสำคัญและได้ปฎิบัติงานเคียงคู่กับแพทย์ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยด้านโรคาพยาธิมาแต่ในยุคเริ่มแรกของทางการแพทย์ไทยสมัยใหม่ก็คือพยาบาล ซี่งพระองค์ท่านได้ใช้คำว่า “คนพยาบาล” หรือพยาบาลในปัจจุบันนั่นเอง
จากการศึกษาจากเอกสารที่พอจะหาได้ของวชิรพยาบาล พบว่าคนพยาบาลของวชิรพยาบาลเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๕ ซึ่งมีวิวัฒนาการต่อเนื่องจากการรวมกับโรงพยาบาลสามเสนในเวลานั้น มีพยาบาลที่ได้รับเงินเดือนๆ ละ ๒๐ บาท จำนวน ๑ คน พยาบาลที่ได้รับเงินเดือนๆ ละ ๑๕ บาท อีก ๑ คน รวมเป็น ๒ คน และต่อมาพบว่าจำนวนพยาบาลของวชิรพยาบาลได้เพิ่มขึ้น โดยแบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ พยาบาลประกาศนียบัตร ที่ส่งมาจากโรงเรียนแพทย์ รวม ๔ คน ซึ่งถือว่าเป็นปูชนียบุคลของคนพยาบาลวชิรพยาบาล คือ นายหลี นายผึ่ง แม่พูน และแม่เติม นอกจากนี้ยังมีพยาบาลผู้ไม่ปรากฏชื่อ สกุล อีก ๖ คน เป็นพยาบาลสามัญ (ไม่มีประกาศนียบัตร ) เป็นชาย ๓ คน หญิง ๑ คน และเป็นพยาบาลสำหรับกลางคืน เป็นชาย ๑ คน และหญิง ๑ คน รวมทั้งสิ้น ๑๐ คน
ทั้งนี้คนพยาบาลของวชิรพยาบาลมีเวลาทำการ คือเวลาปฎิบัติงานที่เทียบเคียงได้กับการปฎิบัติงานของพยาบาลในปัจจุบันคือ
…..เวลาทำการของคนพยาบาลตอนกลางวัน เริ่มตั้งแต่ ๐๖.๓๐ นาฬิกา ก.ท.(ก่อนเที่ยง) จนถึง ๗ นาฬิกา ล.ท.(หลังเที่ยง) ตอนกลางคืนตั้งแต่ ๗ นาฬิกา ล.ท.(หลังเที่ยง) จนถึง ๗ นาฬิกา ก.ท.(ก่อนเที่ยง)
ซึ่งจะเห็นได้ว่า เวลาในการปฎิบัติงานดังกล่าวเป็นภาระงานที่แสนจะหนักหน่วงของคนพยาบาลในยุคนั้น หากเปรียบเทียบกับในยุคปัจจุบัน นอกจากนั้นยังมีข้อห้ามที่คนพยาบาลจะต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดในหลายเรื่อง อาทิเช่น
“…คนพยาบาลทั้งหลาย จะต้องเป็นผู้ใช้ความระมัดระวังอย่างรอบคอบ ไม่ให้ทิ้งยาไว้ให้คนป่วยอาจหยิบกินเองได้ คนพยาบาลต้องให้คนป่วยกินยาต่อหน้าทุกครั้งไป...”
สำหรับการบริหารจัดการของงานพยาบาล ในยุคแรกไม่ปรากฏชัดเจน ซึ่งการบังคับบัญชาอาจขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้รักษาการ แพทย์รอง (น่าจะเทียบเท่ากับผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ในปัจจุบันนี้)
โดยหน้าที่การให้การรักษาการพยาบาลแก่คนไข้ธรรมดาที่เสียค่าใช้จ่ายได้ ทั้งคนไข้ใน วันละ ๑- ๓ บาท คนมั่งมี คิดวันละ ๕ บาท พระสงฆ์และมหาดเล็กไม่ต้องเสียเงิน คนไข้อนาถา ไม่คิดเงิน โดยวชิรพยาบาล มีตึกสำหรับคนไข้แยกประเภท เป็นเตียงคนไข้พิเศษ ชั้น ๑ ชั้น ๒ ชั้น ๓ และแบบธรรมดา นอกจากนี้มีภารกิจในการตรวจรักษาคนไข้นอกที่มาขอยาเพื่อกลับไปรักษาที่บ้านตน ที่เรียกว่า คนไข้นอก ทั้งนี้งานที่กล่าวมาแล้วทุกประการ อยู่ในการปฏิบัติดูแลของ คนพยาบาลหรือผู้พยาบาล ในเวลานั้นที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยแพทย์มาโดยตลอด
จาก พ.ศ. ๒๔๕๕ – พ.ศ. ๒๔๗๔ ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง เอกสารข้อมูลต่างๆ ของวชิรพยาบาล มีค่อนข้างน้อยมาก จากการศึกษาพบว่า ขึ้นการกำกับโดยกระทรวงนครบาล จนกระทั่งยุบเลิกกระทรวงนครบาลไป ส่วนพยาบาลที่ปฏิบัติงานส่วนหนึ่ง น่าจะมีที่มาจากโรงเรียนอบรมผดุงครรภ์ ชั้น ๒ ของวชิรพยาบาล ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔ โดยการควบคุมดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต่อมาก็มีวิวัฒนาการเป็น วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ในปัจจุบัน
เมื่อพ.ศ. ๒๔๗๕ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง การบริหารงานการพยาบาลเริ่มจะชัดเจนขึ้น โดยมีการกำหนดตำแหน่งพยาบาลตรี (ชั้นตรี) จำนวน ๔ คน และพยาบาลจัตวา (ชั้นจัตวา) จำนวน ๔๓ คน
๒. การบริหารงานการพยาบาลยุคใหม่ (ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง)
จากที่ได้กล่าวมาแล้วว่า การบริหารงานพยาบาลยุคใหม่ ที่อาจถือเอาระยะเวลาของการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นหลัก ในปีนั้นมีการแบ่งส่วนราชการวชิรพยาบาล ออกเป็น ๗ แผนก แต่ไม่มีการแยกแผนกของพยาบาลออกมาโดยเฉพาะ มีเฉพาะอัตรากำลัง จำนวน ๔๗ คน (พยาบาลตรี ๔ คน พยาบาลจัตวา ๔๓ คน) ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
การบริหารงานการพยาบาล ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามภารกิจที่มีความซับซ้อนมากขึ้น จำนวนผู้ป่วย คนไข้ใน คนไข้นอก ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกปี รวมทั้งการเพิ่มบุคลากรทางการพยาบาลที่เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการในเรื่องต่างๆ ทั้งภารกิจ การเพิ่มพูนความรู้ความสามารถให้แก่พยาบาลผู้ปฏิบัติงาน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ งานที่เป็นหัวใจหลักของการบริหารการพยาบาลก็คือ งานด้านบริการ งานด้านวิชาการ หรือบางครั้งแยกเป็นงานด้านการฝึกอบรม สำหรับภารกิจหน้าที่มีการกำหนดให้ กองการพยาบาล เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารงานพยาบาล ทั้งทางด้านวิชาการ ด้านฝึกอบรม การบริการพยาบาลในโรงพยาบาล โดยรับนโยบายจากผู้บังคับบัญชาหน่วยเหนือมาปฏิบัติ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่กำกับดูแล แนะนำ มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่พยาบาล เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ให้แก่พยาบาลด้วย สำหรับวิวัฒนาการของกองการพยาบาล หรือฝ่ายการพยาบาล ปรากฏตามตารางดังนี้
ตารางที่ ๑ แสดงวิวัฒนาการกองการพยาบาล จนถึงฝ่ายการพยาบาล
| การแบ่งส่วนงาน ภารกิจของกองการพยาบาล – ฝ่ายการพยาบาล | ||
| พ.ศ. ๒๕๒๓ | พ.ศ. ๒๕๓๗ | พ.ศ. ๒๕๕๐ |
| ๑. กองการพยาบาล | ๑. ฝ่ายการพยาบาล | ๑. ฝ่ายการพยาบาล |
| ๒. การแบ่งส่วนงาน ๒.๑ หน่วยบริการพยาบาล ๒.๒ หน่วยส่งเสริมสุขภาพในโรงพยาบาล ๒.๓ ศูนย์พยาบาลพิเศษ ๒.๔ หน่วยสวัสดิการ และตึกพักพยาบาล ๒.๕ หน่วยส่งเสริมการศึกษา ๒.๖ หน่วยส่งเสริมการฝึกอบรม ๒.๗ หน่วยการส่งพยาบาลไปศึกษาอบรมต่อ |
๒. การแบ่งส่วนงาน ๒.๑ งานด้านบริการ - ด้านสวัสดิการและหอพักพยาบาล - ศูนย์พยาบาลพิเศษ ๒.๒ งานด้านวิชาการ - งานวางแผนและพัฒนาบุคลากรฝ่ายการพยาบาล - งานด้านการฝึกอบรม - งานวางแผนการฝึกอบรม พัฒนาบุคลากร - งานสุขศึกษาในโรงพยาบาล |
๒. การแบ่งส่วนงาน ๒.๑ ด้านผู้ป่วยนอก ๒.๒ ด้านอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ๒.๓ ด้านอายุรกรรม ๒.๔ ด้านสูตินรีเวชกรรม ๒.๕ ด้านศัลยกรรม ๒.๖ ด้านกุมารเวชกรรม ๒.๗ ด้านห้องผ่าตัด ๒.๘ ด้านพัฒนาบุคลากร ๒.๙ ด้านผู้ป่วยหนัก ๒.๑๐ ด้านกิจกรรมพิเศษ |
| ๓. การแบ่งหน้าที่ ๓.๑ ด้านบริการ ๓.๒ ด้านวิชาการ |
๓. การแบ่งหน้าที่ ๓.๑ ด้านบริการ ๓.๒ ด้านวิชาการ |
๓. การแบ่งหน้าที่ ๓.๑ ด้านบริการ ๓.๒ ด้านวิชาการ |
| ๔. จำนวน พยาบาล ๗๕๑ คน | ๔. จำนวน พยาบาล ๑,๐๗๐ คน | ๔. จำนวน พยาบาล ๑,๑๖๔ คน |
| หมายเหตุ ๑. หอผู้ป่วย ๕๒ ตึก ๒. หน่วยตรวจพิเศษ ๕๖ หน่วย |
||
โครงสร้างฝ่ายการพยาบาล ในปัจจุบัน (ปี พ.ศ. ๒๕๕๕)
๓. การบริหารงานการพยาบาลในปัจจุบัน
ฝ่ายการพยาบาล ได้มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับจนขณะนี้เป็นฝ่ายการพยาบาลในคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล โดยให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการในทุกมิติ มีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และแผนปฏิบัติการทุกปี เพื่อเป็นทิศทางในการพัฒนา อีกทั้งบุคลากรพยาบาลยังเป็นผู้ที่มีความรู้และทักษะตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาคุณภาพบริการของคณะแพทย์ฯ ซึ่งให้บริการดูแลรักษาทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ให้การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต ผู้ป่วยเรื้อรัง รวมทั้งการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่บ้าน และการให้บริการเชิงรุกในเรื่องกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพประชาชน โดยมีโครงการต่างๆ ที่มีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เช่น โครงการมิตรภาพบำบัด ชมรมต่างๆ ได้แก่ ชมรมรักษ์เข่า ขมรมรักษ์ถัน ชมรมเบาหวาน ชมรมผู้ป่วยโรคหัวใจ เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย การบริโภค การป้องกันโรค มีการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการบริการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เช่น การนำแนวคิดของ NANDA มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบการบันทึกทางการพยาบาล การจำแนกประเภทผู้ป่วยให้ถูกต้อง การจัดการความปวดอย่างเต็มรูปแบบ การปรับปรุงแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้ม และมีการใช้ Complementary medicine ช่วยในการดูแลผู้ป่วยมิติจิตวิญญาณให้ครอบคลุมองค์รวม จากความร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาคุณภาพการพยาบาลของบุคลากรทุกคน ทำให้ฝ่ายการพยาบาลผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานบริการการพยาบาลและผดุงครรภ์จากสภาพยาบาล เมื่อเดือน มิถุนายน ๒๕๕๓
ฝ่ายการพยาบาลได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนให้บุคลากรสอบวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะสาขาทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์ (APN) จัดทำงบประมาณการศึกษาต่อหลักสูตรระดับปริญญาโท หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาล หลักสูตรบริหารทางการพยาบาลเพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรในการดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น มีการเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนสาขาการพยาบาลเฉพาะทางในเรื่องที่สำคัญ เช่น การพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต การพยาบาลผู้ป่วยที่ให้ยาเคมีบำบัด นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้บุคลากรได้รับความรู้ด้านการวิจัยเพื่อจะสามารถสร้างผลงานวิจัยจากงานประจำและนวัตกรรมต่างๆ มากมาย นำไปประยุกต์ใช้และนำเสนอในการประชุมวิชาการทั้งในคณะแพทย์ฯ และภายนอก เช่น สภาการพยาบาล สมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น มีระบบการประเมินสมรรถนะที่ชัดเจน บุคลากรได้รับการประเมินสมรรถนะครบ ๑๐๐ % สมรรถนะที่ไม่ถึงเกณฑ์ได้มีการพัฒนาทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม มีการนำแนวทางปฏิบัติต่างๆ ที่เกิดจากการพัฒนาไปเทียบเคียง (Benchmarking) กับโรงพยาบาลในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยและกระทรวงสาธารณสุข มีเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในเรื่องต่างๆ เช่น แผลกดทับ ความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา การพยาบาลแบบประคับประคอง การบริหารจัดการความปวด ซึ่งมีผลลัพธ์ที่ดีอยู่ในลำดับต้นๆ และสามารถเป็นแบบอย่างให้กับสถาบันอึ่นได้ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาการสื่อสารกับบุคลากรภายในฝ่ายการพยาบาลด้วยจดหมาย Electronic ผ่านเครือข่าย Internet และการเผยแพร่ผลงานของบุคลากรทางการพยาบาลรวมทั้งการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของฝ่ายการพยาบาล (http://www.vajira.ac.th/nurse) ตลอดจนการส่งเสริมบุคลากรให้ก้าวทันเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในอนาคต
จากอดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งกำลังก้าวสู่ ๑๐๐ ปีแห่งการก่อตั้งวชิรพยาบาล บุคลากรพยาบาลทุกคนมีความภาคภูมิใจในการทำงานอยู่ในสถานที่แห่งนี้ แม้จะประสบปัญหาอุปสรรคต่างๆ อัตรากำลังไม่เพียงพอ ภาระงานที่มีมาก แต่ทุกคนมีความมุ่งมั่น อดทน เสียสละ เพื่อจะนำพา “วชิรพยาบาล” ให้ก้าวหน้าต่อไป
Last Updated (Tuesday, 17 April 2012 06:35)