เร็วๆ นี้
เมนูหลัก

แสดงเมนูทั้งหมด | ซ่อนเมนู

ห้องสมุดสกลวรรณากร
(intranet)
ติดต่อสอบถาม 3074
เว็บบริการสุขภาพ
ePhis
กรมบัญชีกลาง
สำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กทม.
สำนักงาน ประกัน สังคม
ตรวจสอบสิทธิ์ กทม.
ตรวจสอบสิทธิ์ สปสช.
ตรวจสอบสิทธิ์ กบก.
ระบบสวัสดิการการรักษาพยาบาล กบก.
จุลสาร-วารสาร
- จุลสารวิทยาลัยแพทย์
สร้างเสริมสุขภาพ

ป.1 ฉ.1 กย-ตค 49
ป.1 ฉ.2 พย-ธค 49
ป.1 ฉ.3 มค-กพ 50
ป.1 ฉ.4 มีค-เมย 50
ป.1 ฉ.5 พค-มิย 50
ป.1 ฉ.6 กค-สค 50
ป.2 ฉ.1 พค-มิย 51
ป.2 ฉ.2 กค-สค 51
ป.2 ฉ.3 กย-ตค 51
ป.2 ฉ.4(ฉบับผู้สูงอายุ)
ป.2 ฉ.5 พ.ย.ธ.ค.51
- วาสาร ข่าวสารคุณภาพ
ป.1 ฉ.1 มค-กพ 48
ป.1 ฉ.2 มีค-เมย 48
ป.1 ฉ.3 พค-มิย 48
ป.1 ฉ.4 กค-สค 48
ป.1 ฉ.5 กย-ธค 48
ป.2 ฉ.1(6) มค-มีค 49
ป.2 ฉ.2(7) เมย-มิย 49
ป.2 ฉ.3(8) กค-กย 49
ป.2 ฉ.4(9) ตค-ธค 49
ป.3 ฉ.1(10) มค-มีค 50
ป.3 ฉ.2(11)เมย-มิย 50
ป.3 ฉ.3(12)กค-กย 50
ป.3 ฉ.4(13)ตค-ธค 50
ป.4 ฉ.1(14)มค-มีค 51
ป.4 ฉ.2(15)เมย-มิย 51
ป.4 ฉ.3(16)กค-กย 51
ป.4 ฉ.3(16)ตค-ธค 51
ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่
ขณะนี้มี 25 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่
ลำดับผู้เยี่ยมชม
มีผู้เข้าเยี่ยมชม
5498204
คน ตั้งแต่ พฤษภาคม 2549
ประวัติ
HISTORY



ประวัติ (HISTORY)


· คำนำ
วชิรพยาบาลเป็นโรงพยาบาลที่เปิดให้การบำบัดโรคแก่ประชาชน มาช้านานแห่งหนึ่ง เมื่อวชิรพยาบาลเริ่มจะได้รับความเหลียวแลจากผู้มีอำนาจในการทนุบำรุงจึงได้มีการปฏิรูปโรงพยาบาลขึ้นอีกปีละเล็กละน้อย เฉพาะอย่างยิ่งในด้านขยายกิจการสาขาต่าง ๆ และการก่อสร้างสถานที่นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ จนถึงบัดนี้มีการต่อเติมตึกเก่าและก่อสร้างตึกใหม่รวมทั้งสิ้น ๘ หลัง กับได้จัดซื้อที่ดินขยายเขตต์วชิรพยาบาลไปจนจดแม่น้ำเจ้าพระยา เช่นนี้ย่อมทำให้สภาพของโรงพยาบาลค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปจากลักษณะเดิมปีละเล็กละน้อย จนกระทั่งบัดนี้เมื่อตึกอำนวยการหลังใหม่นิ้สร้างเสร็จย่อมทำให้เค้าเดิมของวชิรพยาบาลแม้ว่าจะเป็นของเก่าโบราณซึ่งล้าสมัยขาดความเหมาะสมในด้านบริการเจ็บไข้แก่ประชาชน แต่ก็ยังเป็นของเก่าที่มีค่าควรแก่การทำประวัติของโรงพยาบาล จึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องรวบรวมเรื่องราวและหลังฐานของโรงพยาบาลเพื่อสร้างเป็นประวัติไว้ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้าบ้างไม่มากก็น้อย แต่การค้นหาหลักฐานเก่า ๆ นิ้เป็นเรื่องที่กระทำให้สมบูรณ์ได้ยาก ฉะนั้นหากมีการขาดตกบกพร่องประการใดก็ขอได้โปรดให้อภัยด้วยและหากจะได้ กรุณาชิ้ข้อบกพร่องเหล่านั้นมายังผู้เขียนโดยตรงก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
อนึ่ง การคัดข้อความบางตอนที่เป็นชื่อเดิม สำนวนโวหารเดิม ซึ่งไม่สู้สละสลวยในสมัยปัจจุบัน ดังปรากฏในเรื่องนี้ ก็หาได้มีเจตนาไปในทางอื่นใดไม่ หากแต่เพื่อรักษารูปและลักษณะของของเดิมไว้ เพื่อให้เห็นวิวัฒนาการของสำนวน ภาษาคำพูดซึ่งจะหาอีกมิได้ในสมัยนี้ ขอท่านผู้อ่านได้โปรดเข้าใจเจตนาอันแท้จริงตามนี้ด้วย

· กำเนิดโรงพยาบาล
ที่ตั้งวชิรพยาบาลแต่เดิมทีเดียว(ไม่รวมที่ดินแปลงใหม่ที่ได้จัดซื้อเพื่อขยายเขตต์โรงพยาบาลไปจดริมแม่น้ำเจ้าพราะยาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙) คือ ผืนที่ดินซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๒๗ ไร่เศษ สิ่งก่อสร้างที่สำคัญมีตึกแบบเก่าขนาดใหญ่ ๒ หลัง ที่เคยมองเห็นจากด้านหน้าโรงพยาบาล เดิมเป็นบ้านเลขที่ ๖๗๑ ถนนสามเสน อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร ของพระสรรพการหิรัญกิจ (นายเชย สรรพการ) ตึกเก่า ๒ หลังนี้ หลังใหญ่เป็นตึก ๓ ชั้น (ไม่นับชั้นล่างสุดซึ่งเป็นพื้นซีเมนต์) ส่วนหลังเล็กเป็นตึก ๒ ชั้น ทั้ง ๒ หลังเป็นตึกแบบโบราณพื้นไม้สัก ตัวตึกไม่ปรากฏโครงเหล็กผนังตึกก่ออิฐถือปูนหนาไม่น้อยกว่าหนึ่งฟุตครึ่ง ลักษณะเดิมสลักเสลามาก ทราบว่าได้ถูกลบลวดลายออกให้ภายในตึกเป็นแบบเรียบๆ เสียมากตั้งแต่เริ่มใช้เป็นสถานพยาบาล แม้กระนั้นก็ยังปรากฏลวดลายสวยงามตามฝา เพดานประตู หน้าต่าง อีกหลายแห่ง แบบคฤหาสน์โบราณ มุขด้านหลังตลอดจนบันไดด้านหลังเป็นหินอ่อนนอกจากนั้นยังมีเรือนไม้ลักและกระโจมไม้สัก ซึ่งมีแบบและลวดลายพร้อมด้วยกระจกหลากสีสวยงามแบบโบราณ ส่วนบริเวณทั่วไปมีทั้งที่ราบเนินดินสูง อุโมงค์ ภูเขาจำลอง โขดหิน ต้นไม้ใหญ่น้อยประดับประดาเป็นจำนวนมาก และมีทั้งทางคดเคี้ยวไปมาแบบเดินในสวนสาธารณโบราณ สถานที่นี้ปรากฏในเอกสารบางฉบับ เรียกชื่อว่า “หิมพานต์ปาร์ค” ภายในปาร์คนี้มีคลองโดยรอบสี่เหลี่ยม ตามรูปที่ดินแล้วบรรจบกันไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเรียกชื่อว่า “คลองอั้งโล่” ขณะนี้บางตอนของคลอง ทางด้านหน้าและด้านหลังของโรงพยาบาลได้ถมดินหมดสภาพของคูคลองไปบ้างแล้ว ที่ดินและตึกรวมทั่งสิ่งปลูกสร้างในปาร์คนี้ ต่อมาได้ตกเป็นกรรมสิทธิของแบงค์สยามกันมาจลทุนจำกัดจนกระทั่ง ร.ศ.๑๓๑ (พ.ศ.๒๕๕) พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้อที่ดิน พร้อมด้วยตึกและสิ่งปลูกสร้าง (ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๕/๓๓๕๔-๕/อ เลขที่ ๑๙) ในราคา ๒๔๐,๐๐๐ บาท ทรงมอบให้กรมสุขาภิบาล กระทรวงนครบาล เป็นผู้ปกปักรักษาใช้เป็นสถานพยาลบาลช่วยเหลือประชาชนผู้เจ็บป่วย ดังสำเนากระแสพระบรมราชโองการ ดังนี้

· ประกาศ
ยกโรงวชิรพยาบาลให้เป็นสาธารณสถาน
เรา สมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเล้าเจ้าแผ่นดินสยาม ขอประกาศแด่บรรดาอาณาประชาชนกรุงเทพมหานครทราบทั่วกัน
ด้วยเรามาคำนึงถึงโบราณราชประเพณีที่มีมาว่า พระราชาธิบดีเมื่อได้ผ่านพิภพแล้วทรงรำพึงถึงบุพเพกตปุญญตาที่ได้ทรงสั่งสมมาจนพระองค์ได้บรรลุถึงซึ่งตำแหน่งที่สูดสุดในแผ่นดินได้ทรงรับมอบเป็นผู้ครอบครองรัฐสีมา แผ่อาณาเหนือประชาชน ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข จึงทรงสร้างพระอารามขึ้นไว้ให้เป็นเครื่องเฉลิมพระราชศรัทธา และเพื่อให้เป็นสถานที่สถิตย์แห่งภิกษุสงฆ์ผู้ทรงศีลสุตาธิคุณ เป็นผู้ค้ำจุนพระบวรพุทธศาสนาให้ถาวรอยู่ เพื่อประโยชน์แห่งนิกรชน นับว่าพระมหากษัตราธิราชทรงกระทำการเพื่อประโยชน์แห่งชาติบ้านเมืองและผสกนิกรได้อย่าง ๑
ส่วนตัวเราเอง เมื่อได้รับภาระเป็นผู้ปกครองท่านทั้งหลายต่างพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวปิยมหาราชแห่งคนไทย และสมเด็จพระบรมชนกนารถของเรา เราก็ได้รำพึงถึงพระราชประเพณีโบราณอันกล่าวมาแล้วนั้น แต่มารู้สึกว่าในกาลปัตยุบันนี้ พระอารามสำคัญๆ ในพระมาหานครนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมราชวงศ์จักรีที่ได้เสวยราชย์มาก่อนเราถึง ๕ รัชกาลแล้วนั้น ก็ได้ทรง สฐาปนาขึ้นไว้แล้วหลายพระอาราม ตัวเราผู้เป็นทายาทสืบสันตติวงษ์ก็มีหน้าที่เป็นผู้บำรุงพระอารามเหล่านั้นอยู่แล้ว ครั้นว่าเราจะสร้างสฐาปนาพระอารามขึ้นใหม่ ก็จะเกินแก่ความเจำเป็นในส่วนทางบำรุงพระศาสนาซ้ำจะเป็นภาระเพิ่มขึ้นโดยไม่มีผลดีเพียงพอ แต่ครั้นว่าเราจะเพิกเฉยเสียไม่กระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดขึ้นเป็นสาธารณประโยชน์ ก็ดูประหนึ่งว่าเราไม่รู้จักรำฤกถึงบุพเพกตปุญญตา ไม่รู้สึกความภาคภูมิในใจที่ได้รับตำแหน่งอันสำคัญ อันที่จริงนั้นตั้งแต่เริ่มแรกมาเราก็ได้รู้สึกอยู่แล้วด้วยความภาคภูมิใจและความหนักแห่งภาระที่เราได้รับมาโดยเป็นทายาท แห่งพระบาทสมเด็จบรมชนกนารถ ได้คิดอยู่เสมอที่จะหาทางสำแดงให้ปรากฏว่า เราปรารถนาที่อันใดอันหนึ่งขึ้นไว้เพื่อสาธารณประโยชน์แห่งผสกนิกร จึงได้ตกลงว่าจะจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้นสำหรับจังหวัดกรุงเทพฯ ภาคเหนือ ได้มอบให้เจ้าพระยายมราชเป็นผู้จัดหาที่สร้างโรงพยาบาลนี้ขึ้น ฤามิฉนั้นก็ให้หาซื้อตึกเรือนอันใดซึ่งจะใช้เป็นโรงพยาบาลได้ ก็เผอิญประจวบกับเวลาที่มีผู้บอกขายตึกและที่ดินผืนนี้ เราจึงได้ออกทุนทรัพย์ส่วนพระคลังข้างที่ ซึ่งเป็นทุนทรัพย์ส่วนตัวของเราได้รับมาเป็นมรดกจากสมเด็จพระบรมชนกนารถนั้น ซื้อตึกและที่ดินนี้เพื่อประโยชน์อันนั้น
การที่เราได้จำหน่ายทุนทรัพย์ส่วนตัวออกทำโรงพยาบาลขึ้นครั้งนี้ เพราะมารำพึงถึงบุพเพกปุญญตาและกุศลที่เราได้สั่งสมมา จึงได้มาตั้งอยู่ในฐานะแห่งผู้มีทรัพย์เพียงพอ และทรัพย์ที่เรามีอยู่นี้เห็นว่าจะจับจ่ายใช้สรอยในทางใดก็จะไม่ได้รับผลความพอใจเท่าทางที่จะทำให้เพื่อนมนุษย์ผู้มีโรคภัยเบียดเบียน
ได้รับความบำรุงรักษาพยาบาลเพื่อทุเลาทุกขเวทนา ถ้าได้กลับเป็นผู้มีกำลังมีร่างกายบริบูรณ์ขึ้นอีก เราเห็นว่าจะเป็นทางทานอันจะได้รับผลดี ให้เราได้มีความสุขใจยิ่งกว่าที่จะแจกจ่ายทรัพย์ไปให้แก่คนขอทานโดยไม่เลือกหน้า
บัดนี้โรงพยาบาลอันนี้ ก็ได้ตกแต่งขึ้นพร้อมแล้ว เราขอให้นามว่า “วชิรพยาบาล” และขอมอบที่นี้ไว้เป็นสาธารณสถานเป็นสมบัติสิทธิ์เด็ดขาดแก่ประชาชนชาวไทยให้ได้ใช้เพื่อเป็นที่พยาบาลผู้มีอาการป่วยไข้ต่อไป ขอมอบให้ไว้แก่กรมศุขาภิบาลเป็นผู้ปกปักรักษาในนามประชาชนสืบไปแต่วันนี้
ขออำนาจคุณพระรัตนไตรอันเป็นนิรัติไสยบุญเขตร อันเป็นที่พึ่งตรึงจิตร์แห่งเราโดยมั่นคง และความจำนงจงจิตร์ที่เราได้บำเพ็ญสาธารณทาน เพื่อประโยชน์แห่งประชาชนชาวไทยอันเป็นที่รักใคร่แห่งเราเหมือนบุตร์ จงเป็นผลสำเร็จสมความปรารถนาได้แลเห็นผลดีทั้งในปัตยุบันนี้และในเบื้องหน้าต่อไปชั่วกาลนานเทอญ
ประกาศมาณพฤหัศบดีที่ ๒ มกราคม พระพุทธศาสนายุกาลล่วงแล้วได้ ๒๔๕๕ พรรษา รัตนโกสินทรศก ๑๓๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัตยุบันนี้ ฯ
ในขั้นต้นที่เริ่มเปิดดำเนินกิจการวชิรพยาบาลนั้น ตามหลักฐานปรากฎว่าผู้ที่มาเป็นแพทย์ประจำคนแรกคือ หมอติลลิกี (Dr Tilleke) ซึ่งขณะนั้นประจำอยู่ที่โรงพยาบาลสามเสน สังกัดกรมศุขาภิบาล กระทรวงนครบาล โรงพยาบาลสามเสนนี้ตั้งอยู่เชิงสพานแดง (ตรงถนนสุโขทัยด้านแม่น้ำเจ้าพระยามีสพานแดงต่อจากถนนยื่นลงแม่น้ำ) ถนนสุโขทัยตอนข้างวังสุโขทัยนี้ ตามแผนผังวชิรพยาบาล พ.ศ.๒๔๖๙ เรียกชื่อถนนนี้ว่า ถนนดวงเดือนนอก โรงพยาบาลสามเสนนี้ จากหลักฐานที่ปรากฏ รู้สึกจะช่วยเหลือวชิรพยาบาลในคราวตั้งตัวอยู่มาก ทั้งตัวแพทย์และเวชภัณฑ์ ครุภัณฑ์ เมื่อหมอติลลิกีมาเป็นผู้อำนวยการวชิรพยาบาล ได้สละเครื่องมือแพทย์ ยาต่าง ๆ ครุภัณฑ์ เครื่องแก้ว เครื่องมือตรวจเชื้อ เช่น กล้องจุลทรรศน์ เครื่องปั่นโลหิตและปัสสาวะตลอดจน เตียงตรวจ เตียงผ่าตัดและของใช้เบ็ดเตล็ด เพื่อเป็นสาธารณกุศลใช้ในวชิรพยาบาลในวันพิธีเปิดป้ายโรงพยาบาล ส่วนเตียงผู้ป่วยภายในนั้นยืมเตียงนายทหารชั้นนายพันจากกรมยกกระบัตรกระทรวงกลาโหมมาสมทบชั่วคราวจำนวน ๒๐–๓๐ เตียงเพื่อให้ทันกำหนดเปิดโรงพยาบาล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จเปิดป้ายผ้าคลุมโรงพยาบาล เมื่อเวลา ๔ โมงเย็น วันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๕ แล้วเสด็จประทับบนมุขหน้าตึก ดังสำเนาขอรับพระราชทานทรงเปลื้องผ้าคลุมนามโรงพยาบาลดังนี้

· กรมสุขาภิบาล
ขอเดชะ ฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
โดยกระแสพระบรมราชดงการดำรัสเหนือเกล้า ฯ พระราชทานที่ดินพร้อมทั้งสถานที่อันสมบูรณ์แล้วทุกประการให้เป็นโรงพยาบาล ซึ่งพระราชทานนาม ณ บัดนี้ว่า “วชิรพยาบาล” เป็นสาธารณสถานที่สำหรับรักษาโรคาพาธ และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประโยชน์แก่พสกนิกรทั่วไป ไม่กำหนดขีดขั้นชั้นชนิดของบุคคล เพื่อเป็นการพระราชกุศลศิลานุปัฎฐานทานอีกประการหนึ่ง
ในตำบลดุสิตนี้กรสุขาภิบาลมีความต้องการสถานที่พยาบาลให้สมควรมาช้านาน เพื่อประโยชน์โดยเฉพาะก็ด้วยเป็นตำบลที่ห่างไกลจากโรงพยาบาลอื่น ถึงแม้จะมีอยู่แห่งหนึ่ง ก็ไม่เป็นสถานที่สมควร แลไม่สมบูรณ์ด้วยองค์ของโรงพยาบาลจะเรียกว่าไม่มีก็เกือบได้ ความต้องการอันนั้นยังไม่สมหมายมาจนวันนี้ แลการที่ทรงพระมหากรุณาพระราชทานสถานที่พยาบาลในครั้งนี้ ได้เกิดประโยชน์แก่สาธารณชนทั่วไป มีผู้ที่อยู่ในอำเภอที่ใกล้เคียงเป็นต้น อีกประการหนึ่งทำให้พระมหานครมีคิลานสถานใหญ่โตสมควรแก่การพยาบาลอันเป็นสิ่งต้องการขึ้นอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งสาธุชนจะพึงยินดีแลอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง
การรักษาพยาบาลคนไข้นี้ มนุษย์ชาติผู้มีธรรมจริยาอันงาม ไม่เลือกว่าชาติใดภาษาใด จะเป็นผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาหรือลัทธิอื่น ๆ ก็ตาม ย่อมสรรเสริญว่าเป็นกุศลอันสูงอย่างหนึ่ง ด้วยเหตุว่าโรคไภยไข้เจ็บเป็นทุกข์อันใหญ่หลวง ซึ่งสัตว์ทั้งปวงไม่พึงปราถนาอยู่ทุกรูปทุกนาม พยายามที่จะไม่ให้บังเกิดมี เพราะเหตุฉนี้ความเป็นผู้ไม่มีโรคจึงนับว่าเป็นลาภอย่างหนึ่งซึ่งยากที่บุคคลจะลืมได้ ข้อนี้สมเด็จพระบรมศาสดาจารย์เจ้าก็ตรัสไว้ว่า อาโรคยา ปรมา ลาภา ความหาโรคมิได้ ชื่อว่าเป็นลาภอย่างยอด ดังนี้ แต่การที่จะป้องกันมิให้โรคไภยไข้เจ็บบังเกิดขึ้นแล้วก็รักษาพยาบาลให้บันเทาเบาบางลง หรือให้หายไปเป็นครั้งคราวเท่านั้น การที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระราชดำริห์ชอบประกอบด้วยพระมหากรุณาแก่อาณาประชาชน ภายใต้พระบรมราชสมภารโปรดเกล้าฯ ให้ซื้อที่ทำเป็น โรงพยาบาลขึ้นสิ้นพระราชทรัพย์นับจำนวนตั้งแสน ๆ นี้ชื่อว่า ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอันต้องด้วยพุทธนิยม ซึ่งมีพุทธฎีกาตรัสไว้ (ในคัมภีร์มหาวรรควินัยปิฎก) ว่าโย ภิก์ขเวมํ อุป์ฐเหย์ย โส คิลานํ อุปฎ์ฐเหย์ย ความว่าดูกรภิกษุทั้งหลายถ้าบุคคลผู้ใดอยากจะพยาบาลบำรุงเราผู้ตถาคตแล้ว ก็ให้บุคคลผู้นั้นพยาบาลบำรุงคนเจ็บไข้เถิด อาไศรยดังนี้แหละ ข้าพุทธเจ้าจึงอาจกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระราชกุศลในครั้งนี้ เป็นกุศลอันล้ำเลิศประเสริฐสุดที่ได้ทรงบำเพ็ญส่วนหนึ่ง
เพราะฉนั้น ข้าพระพุทธเจ้าผู้แทนในนามของสาธารณชนที่อยู่ในตำบลดุสิตนี้และอำเภอที่ใกล้เคียงหรือที่จะมาแต่จาตุรทิศ ซึ่งจะได้รับพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์จากสถานวชิรพยาบาลนี้ตามที่ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตไว้แต่วันนี้สืบไป ขอพระราชทานถวายพระพรด้วยสัจวาจาว่า ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาททรงกระทำเคารพพระพุทธรัตนอันเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่เทพยดาและมนุษย์ทั้งหลายให้เป็น
โอสถอันประเสริฐสูงสุดแล้ว ขอให้สรรพอุปัทวะทั้งหลายจงพินาศอันตรธานไป และขอให้ทุกข์ทั้งหลายอันจะบังเกิดแด่พระวรองค์ จงระงับด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้าโดยสวัสดี
ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ทรงกระทำเคารพพระธรรมรัตน อันระงับเสียซึ่งความกระวนกระวายให้เป็นโอสถอันประเสริฐสูงสุดแล้ว ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลายจงพินาศอันตรธานไป และขอไภยทั้งหลาย อันจะกล้ำกลายพระวรองค์จงระงับด้วยเดชแห่งพระธรรมเจ้าโดยสวัสดี
ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ทรงกระทำเคารพสังฆรัตน ผู้ควรจะรับซึ่งจตุปัจจัยอันบุคคลนำมาแต่ไกลแล้วแลพึงให้แก่บุคคลผู้มีศิล ผู้ควรจะรับซึ่งอาคันตุกทาน อันบุคคลตกแต่งด้วยเครื่องสักการะ เพื่อประโยชน์แก่ญาติแลมิตรอันเป็นที่รักที่เจริญใจ อันมาแต่ทิศานุทิศให้เป็นโอสถอั้นประเสริฐสูงสุดแล้ว ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลายจงพินาศอันตรธานไป และขอให้โรคาพาธทั้งหลาย อันจะบังเกิดมีแด่พระกรัชกายจงระงับหายด้วยเดชแห่งพระสงฆเจ้าโดยสวัสดี
ขอพระพรไชย อันข้าพระพุทธเจ้าตั้งจิตร์อธิษฐานถวายนี้ จงเป็นผลสำเร็จแด่ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาททุกประการ ดังรับพระราชทานกราบบังคมทูลมา ในที่สุดคำกราบบังคมทูลพระกรุณา ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานได้ทรงเปลื้องผ้าคลุมนามศาลาพยาบาล อันเจ้าพนักงานได้จัดไว้ เพื่อให้ประชาชนได้ทราบแลจะได้อนุโมทนาต่อไปในกาลภายหน้า

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
วชิรพยาบาลสถาน อำเภอดุสิต

· ยุบโรงพยาบาลสามเสนมารวมกับวชิรพยาบาล
ในขั้นดำริห์ที่จะจัดซื้อสถานที่นี้ ตามหลักฐานหนังสือจากศาลาว่าการนครบาลลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๕ ทูลเกล้า ฯ เรื่องตกลงซื้อสถานที่นี้กับแบงค์สยามกัมมาจลด้วยราคา ๒๔๐,๐๐๐ บาท นั้น มีการเสนอความเห็นว่านอกจากโรงพยาบาลนี้จะรับรักษาข้าราชการในราชสำนักแล้วจะรับรักษาราษฎรในตอนเหนือพระนครด้วย และควรเลิกโรงพยาบาลสามเสนที่มีอยู่เวลานั้น โดยยกมารวมกับโรงพยาบาลใหม่ (วชิรพยาบาล)พร้อมกับยกเงินพระคลังมหาสมบัติที่เคยอุดหนุนโรงพยาบาลสามเสนอยู่ปีละ ๗,๒๐๐ บาท นั้น มาช่วยพระคลังข้างที่ด้วย แสดงว่าในระยะเริ่มตั้งวชิรพยาบาลนั้น การเงินยังไม่สู้สดวกนักและได้อาศัยเงินจากพระคลังข้างที่มาเป็นค่าใช้จ่าย กระทรวงนครบาล (เจ้าพระยายมราช) จึงทูลเกล้า ฯ ถวายความเห็นเสนอให้รวมโรงพยาบาล และโอนเงินงบประมาณของโรงพยาบาลสามเสนมาใช้ในวชิรพยาบาล ในขณะนั้นมีโรงพยาบาลที่อยู่ในสังกัดกรมสุขาภิบาลพร้อมด้วยเงินเดือนและค่าใช้สรอยมีดังนี้


· บัญชีเงินเดือนและค่าใช้สรอยสำหรับ
โรงพยาบาลต่าง ๆ ในกรมสุขาภิบาล กระทรวงนครบาล

คิดใน ๖ เดือนต้นศก ๑๓๑ เฉลี่ยเป็นรายเดือน (พ.ศ. ๒๔๕๕)
นามโรงพยาบาล
เงินเดือนเดือนละ
เงินค่าใช้สอยเดือนละ
รวมเดือนละ
โรงพยาบาลคนเสียจริต
โรงพยาบาลโรคติดต่อกัน
โรงพยาบาลสามเสน
โรงพยาบาลบางรัก
466 - 67
355 - 33
-
-
2,292 - 54
455 - 56
-
-
2,759 - 21
910 - 89
600 - 00
1,000 - 00
รวมทั้งสิ้น
-
-
5,170 - 10

หมายเหตุ:- ตามหลักฐานการยุบเลิกกรมพยาบาล กระทรวงธรรมการ พ.ศ. ๒๔๔๘ ให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ไปขึ้นกับกระทรวงนครบาลนั้น มีโรงพยาบาลเทพศิรินทร์ และบูรพาพยาบาลอยู่ด้วย

·ค่าอุดหนุนโรงพยาบาลสามเสน

เดิมจ่าย-อุดหนุนเดือนละ 600 บาท
1 ปี เป็นเงิน
7,200.00
เงินเดือน จ่ายตามที่ได้จ่ายจริง
เดือนละ(บาท)
แพทย์ผู้รักษาการ
แพทย์รอง
ผู้ช่วยแพทย์
ผู้พยาบาล
ผู้ช่วยพยาบาล
คนหุงข้าว
คนทำครัว
ค่าใช้สอย
100
40
25
20
15
15
10
415.79
รวมค่าใช้จ่าย 1 เดือน
640.79
-


หมายเหตุ
:-
จำนวนจ่ายจริงซึ่งยกมาตั้งนี้คือค่าใช้จ่ายในเดือนธันวาคม ศก ๑๓๑ ที่มีจำนวนเงินมากกว่าทุก ๆ เดือนที่เคยจ่ายมาในศกนี้









webmaster@vajira.ac.th

สงวนลิขสิทธิ์โดย © Faculty of Medicine Vajira Hospital All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2006-05-15 (21810 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
phpNuke Theme design by Ethaidesign.com